ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจราชการที่ 9 ลงพื้นที่ติดตามและสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 น. นางสาวเบญจมาศ วงษ์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจราชการที่ 9 พร้อมด้วยนายทชภณ คงวิจิตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดจันทบุรี พัฒนาการอำเภอแหลมสิงห์ พัฒนาการอำเภอเมืองจันทบุรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน และนักวิชาการรับผิดชอบงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ลงพื้นที่ติดตามและสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี จำนวน 2 กิจกรรม ได้แก่ 1.การดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอแหลมสิงห์ 2.โครงการ “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2” อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ตามที่กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการขับเคลื่อน “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้สตรีได้เข้าถึงแหล่งทุน หรือเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ด้วยวงเงินสูงสุดโครงการละ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 0.1% ต่อปี โดยการรวมกลุ่มของสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กลุ่มละ 3 คน จัดทำโครงการด้านการประกอบอาชีพ เสนอขอรับการสนับสนุนเงินทุนกู้ยืมนำไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้หรือพัฒนาอาชีพ โดยมีการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในของกลุ่มสตรีเอง โดยเริ่มต้นจากความต้องการของสตรี บริหารจัดการด้วยสตรี สตรีมีความสุข และสตรีและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นั้น

จังหวัดจันทบุรี โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด ได้ดำเนินงานสานต่อภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563-2564 ได้มีกลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีรวมกลุ่มกันขอรับการสนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพทั่วทุกอำเภอ และหลากหลายอาชีพ โดยพบว่า กลุ่มอาชีพสตรีต่างๆ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีได้ ด้วยพลังกลุ่ม สามารถสร้างความสุข สร้างรายได้สู่ชุมชน ดังเช่น กลุ่มเลี้ยงปูทะเลในบ่อดิน หมู่ที่ 2 ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงรวมกลุ่มกันเสนอโครงการขอรับการสนับสนุนและรับเงินทุนไปประกอบอาชีพเมื่อปี 2563 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงานการประกอบอาชีพ โดยจะนำปูทะเลที่ครบอายุตามกำหนด จำหน่ายประจำที่ตลาดสี่มุมเมรุ วัดบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นตลาดชุมชน ภายใต้โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และส่งจำหน่ายทั่วไปในตลาดกลางจังหวัดจันทบุรี สร้างรายได้รายวัน รายเดือน แก่สมาชิกกลุ่มและครอบครัว

จากการติดตามการดำเนินงานของกลุ่มดังกล่าว พบว่า เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ และบริหารจัดการหนี้กองทุน โดยกลุ่มมีหลักในการดำเนินงานตามแนวคิดที่ว่า “กองทุนพัฒนาสตรีช่วยแก้วิกฤติ ขยายและพัฒนาขนาดธุรกิจ เพิ่มรายได้ กระจายผลประโยชน์ให้ชุมชน บริหารจัดการตนอย่างเป็นระบบ จ่ายครบสมทบเพื่อนสมาชิกระยะต่อไป สตรีไทยมีความสุขอย่างยั่งยืน” ซึ่งเงินทุนที่กลุ่มได้กู้ยืมไปประกอบอาชีพนั้น สามารถจ่ายคืนได้ตามกำหนด และภาครัฐนำกลับมาหมุนเวียนเป็นทุนให้สมาชิกสตรีอื่นๆ ในจังหวัดจันทบุรี ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป “แม้เงินจะไม่มาก แต่เป็นเงินของรัฐ ที่ช่วยเราให้มีอาชีพตอนลำบาก และตอนนี้เราพอมีรายได้แล้ว เราก็จะใช้คืนให้สม่ำเสมอ เวลาที่เราไม่มี เราก็ขอรับการสนับสนุนกองทุนบทบาทสตรีได้อีก  ขอขอบคุณกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่สนับสนุนในเรามีอาชีพ มีรายได้ เลี้ยงดูครอบครัว” ตัวแทนสมาชิกกล่าว

นางสาวเบญจมาศ วงษ์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กลุ่มอาชีพเลี้ยงปูทะเลฯเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดในการประกอบอาชีพที่ดีสอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม และมีวินัย บริหารจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเป็นแบบอย่างแก่กลุ่มสตรีอื่นได้ จึงขอให้รักษามาตรฐานการดำเนินงานนี้ไว้ และช่วยเป็นกระบอกเสียงแก่เพื่อนสตรีมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีต่อไป พร้อมให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานแก่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ว่าขอให้สนับสนุนการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเกิดความคุ้มค่าในการบริหารงบประมาณของภาครัฐ

จากนั้นเวลา 11.00 น. คณะผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนและทีมงานสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ได้เดินทางไปยังไร่ตามฟาร์มสุข หมู่ที่ 4 ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการ “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2” ซึ่งได้พบกับ นางเจตนา กีรติโภฌานันท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมืองจันทบุรี เจ้าของแปลงผักสวนเกษตรตามรอยสุข ภายในร้านไร่ตามฟาร์มสุข โดยนางเจตนา กีรติโภฌานันท์ ร่วมกับบุตรสาวประกอบอาชีพทำร้านอาหารไร่ตามฟาร์มสุข และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร มาปฏิบัติใช้ในครัวเรือน ซึ่งผักที่ปลูก อาทิ คะน้า แตงกว่า แตงโม จัดเป็นผัก ผลไม้ที่ต้องใช้ประกอบอาหารของทางร้าน โดยกรรมวิธีในการปลูกได้มีการน้อมนำศาสตร์พระราชา การเลี้ยงดินด้วยศาสตร์การห่มดินของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการใช้ฟาง เศษหญ้า หรือใบไม้ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และใส่อาหารให้แก่ดิน ด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพลงไป เพื่อให้อาหารแก่ดินและสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ จากการดำเนินงานปลูกผักดังกล่าว ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการประกอบอาชีพได้เป็นอย่างมาก และมีผักปลอดสารพิษไว้รับประทานในครัวเรือนและเลี้ยงดูพนักงานในร้านได้

นอกจากนี้นางเจตนา กีรติโภฌานันท์ ยังได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “สตรีแบ่งปันรัก ปลูกผักปลอดภัย” มาตั้งแต่ปี 2563 โดยการรณรงค์ให้สมาชิกสตรีอาสาอำเภอเมืองจันทบุรีทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกครัวเรือนปลูกผักปลอดสารพิษไว้รับประทานในครัวเรือนอีกด้วย

ในช่วงระหว่างการเยี่ยมชมแปลงผักดังกล่าว นางสาวเบญจมาศ วงษ์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ได้กล่าวชื่นชมประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมืองจันทบุรี ว่าเป็นผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่ได้ดำเนินงานน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมขอความร่วมมือสตรีจังหวัดจันทบุรี ร่วมเป็นแกนนำหลัก ช่วยรณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ได้ตระหนักในเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ได้มีผักสวนครัวที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดีปลูกไว้รับประทานเองภายในครัวเรือน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้และข้ามผ่านวิกฤติดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมืองจันทบุรี ได้ตอบรับและยินดีให้ความร่วมมือ โดยจะร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนงานโครงการ “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2” ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดต่อไป

(Visited 1 times, 1 visits today)